วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559

อย่าเสี่ยงเกิน 2%

อย่าเสี่ยงเกิน 2%

            คำแนะนำของเทรดเดอร์มืออาชีพหลายท่านที่อยู่ในตลาด Forex แห่งนี้มานาน ที่ประสบความสำเร็จและสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่องในตลาดแห่งนี้ส่วนใหญ่ได้แนะนำไปในทิศทางเดียวกับเลยคือ “อย่าเสี่ยงเกิน 2% ต่อ 1 การเทรด” ... หลายคนสงสัย ทำไมต้องแค่ 2% ทำไมไม่เสี่ยงเพิ่มมากกว่านั้น เพื่อที่จะให้พอร์ตเราโตเร็วๆขึ้น ???


            หลักสำคัญของการเทรดจริงๆแล้วคือการ “จัดการความเสี่ยง” อย่าลืมว่าเทรดเดอร์อย่างเราๆนั้นในการเทรดต้องใช้ “เงิน” หากเงินเราหมด เราก็จะไม่สามารถเทรดได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งของอาชีพเทรดเดอร์เลยคือ รักษาเงินทุน ให้ได้เป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องกำไรหรือผลตอบแทนเป็นเรื่องรอง เนื่องจากเราไม่สามารถทำนายอนาคตได้ว่าเราจะกำไรเท่าไหร่ ตลาดจะเป็นคนกำหนดให้เราเองในเรื่องนี้ แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้คือ ความคุมความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
            กลับมาเรื่อง อย่าเสี่ยงเกิน 2% ต่อ 1 การเทรด กันดีกว่า … เรามาดูตารางเปรียบเทียบกันว่าถ้าหากเปิดความเสี่ยงที่ 2% กับ 10% ความแตกต่างที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ดูตามตารางด้านล่าง
#มูลค่าพอร์ต2%#มูลค่าพอร์ต10%
1$20,000$4001$20,000$2,000
2$19,600$3922$18,000$1,800
3$19,208$3843$16,200$1,620
4$18,824$3764$14,580$1,458
5$18,447$3695$13,122$1,312
6$18,078$3626$11,810$1,181
7$17,717$3547$10,629$1,063
8$17,363$3478$9,566$957
9$17,015$3409$8,609$861
10$16,675$33310$7,748$775
11$16,341$32711$6,974$697
12$16,015$32012$6,276$628
13$15,694$31413$5,649$565
14$15,380$30814$5,084$508
15$15,073$30115$4,575$458
16$14,771$29516$4,118$412
17$14,476$29017$3,706$371
18$14,186$28418$3,335$334
19$13,903$27819$3,002$30
            เห็นความแตกต่างไหมครับ ว่าหากเราเกิดแพ้ติดต่อกัน 19 ครั้ง มูลค่าพอร์ตของพอร์ตที่เปิดความเสี่ยง 2% กับ 10% แตกต่างกันค่อนข้างเยอะ โดยพอร์ตที่เปิดความเสี่ยง 2% มูลค่าพอร์ตสุดท้ายอยู่ที่ $13,903 (30% ของมูลค่าพอร์ตเริ่มต้น) ส่วนพอร์ตที่เปิดความเสี่ยง 10% มูลค่าพอร์ตสุดท้ายอยู่ที่ $3,002 (85% ของมูลค่าพอร์ตเริ่มต้น)
            ดังนั้นสิ่งแรกที่เราต้องคำนึงเลยคือเมื่อเราเจอช่วง Drawdown เราต้องคำนวณว่าพอร์ตเราจะรับได้หรือไม่ ให้อยู่รอดในการเทรดตลาด Forex แห่งนี้ได้


            และยิ่งถ้ามูลค่าพอร์ตเราน้อยลงเท่าไหร่ ความยากของการทำให้พอร์ตฟื้นคืนกลับมานั้นมากกว่า 2 เท่า เนื่องจากเราต้องอาศัย %ของการชนะที่มากกว่า ถึงจะกลับมาเท่าทุนหรือกำไร ยกตัวอย่างเช่น สมมติพอร์ตเรา $10,000 เราเทรดแพ้ไป 50% คือพอร์ตเราเหลือมูลค่า $5,000 แต่ในการปั้นพอร์ตให้กลับไปที่เดิมที่ $10,000 นั้นเราต้องชนะถึง 100% ถึงกลับไปเท่าเดิม ซึ่งสิ่งนี้ไม่สมดุลกันอย่างเห็นได้ชัด

การแพ้การชนะที่จะกลับมาเท่าทุน
10%11%
20%25%
30%43%
40%67%
50%100%
60%150%
70%233%
80%400%
90%900%

            ยิ่งเราแพ้มากเท่าไหร่ ความยากของการเอาคืนยากมากคืนเท่านั้น นี่เป็นหนึ่งสิ่งที่เราควรทำทุกวิธีการเพื่อปกป้องพอร์ตของเรา ดังที่เทรดเดอร์มืออาชีพหลายท่านให้ควบคุมความเสี่ยงอยู่ที่ 2% ของพอร์ต ซึ่งจะช่วยให้เราอยู่รอดในตลาดแห่งนี้ได้ … พอร์ตเราต้องอยู่รอดในช่วงแพ้ติดต่อกัน และหลีกเลี่ยงขนาด Drawdown ที่ลึก

ทีมงาน : forexfactorythai.com

แผนการเทรด

แผนการเทรด

            ก่อนจะไปเข้าเรื่องการวางแผนการเทรดว่า “โคตรสำคัญแค่ไหน” นั้น อยากจะแนะนำให้เทรดเดอร์หลายๆคนก่อนว่า “เป็นตัวของตัวเอง” … หมายความว่าอย่าไปเทรดตามใคร อย่าไปใช้กลยุทธ์ตามใคร อย่าไปรันระบบตามใคร อย่าไปใช้ความเสี่ยงตามใคร เนื่องจากทุกคนล้วนมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันออกไป เราควรใช้วิธีการเทรด , กลยุทธ์การเทรด , หรือระดับความเสี่ยงที่รับได้ ที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด ไม่ต้องไปตามคนอื่น เพราะว่าวิธีที่อื่นใช้ได้ผล มันอาจไม่ได้ผลกับเราก็ได้
            มาเข้าเรื่อง “แผนการเทรด” กันดีกว่า การวางแผนการเทรดถือว่าสำคัญที่สุดของอาชีพเทรดเดอร์เลยก็ว่าได้ พวกวิธีการเทรดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการเทรดเท่านั้น การวางแผนการเทรดจะเป็นตัวคอยพัฒนาการเป็นเทรดเดอร์ของเรา คอยควบคุมตัวเรา คอยป้องกันไม่ให้เรานอกลู่นอกทาง … เสน่ห์ของอาชีพเทรดเดอร์นั้นคือ ไม่มีใครมีควบคุมเรา ดังนั้นเราต้องควบคุมตัวเราเองให้ได้ ผลลัพธ์มันขึ้นอยู่กับเราทั้งนั้นว่า เราจะทำมันให้ดี หรือเราจะทำมันพัง … มาดูสิ่งสำคัญของการวางแผนการเทรดกันเลยดีกว่า


ประโยชน์ของการวางแผนการเทรด
  • ช่วงให้การเทรดง่ายขึ้น เพราะมีแผนที่ชัดเจน
  • ลดความตึงเครียดในการเทรด
  • สามารถวัดประสิทธิภาพของผลการเทรด , หาจุดบกพร่อง และปรับปรุงแก้ไขได้
  • คอยป้องกันปัญญาจิตวิทยาการเทรดได้มาก
  • ลดการเทรดที่แย่ลงได้
  • แผนการเทรดช่วยให้เราควบคุมสิ่งที่เราควบคุมได้ ก็คือตัวเราเอง
  • ช่วยเสริมสร้างวินัยในการเทรดในตัว
  • เปรียบเสมือนแผนที่นำทางของเรา ว่าเราจะเดินไปในทางใด (ปลายทางของเทรดเดอร์คือเทรดกำไรอย่างต่อเนื่อง)
  • รับรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง และทำให้เราแก้ไขมันได้อย่างรวดเร็ว


            ถึงอย่างไรก็ดี การทำแผนการเทรดนั้น เป็นกระบวนการที่อาศัยความต่อเนื่อง ไม่ได้ตายตัว ต้องปรับปรุงเรื่อยๆ ต่อเนื่องตามการพัฒนาของตัวเทรดเดอร์ สิ่งสำคัญในการเทรดก็คือ ปิดความผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุด และพัฒนาสิ่งถูกต้องให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้ายเราจะก็จะเป็นเทรดเดอร์ที่สามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืน

ทีมงาน : forexfactorythai.com

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ประเภทเทรดเดอร์ใน Forex


ประเภทเทรดเดอร์ใน Forex

            เทรดเดอร์แต่ละคนสไตล์การเทรดก็แตกต่างกันออกไป แต่ละสไตล์ลักษณะการเทรดก็จะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเทรดเดอร์คนนั้นว่าจะเลือกสไตล์ไหนที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยในการเทรด Forex นั้นหลักๆ สามารถแบ่งประเภทเทรดเดอร์ได้ออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
  1. Scalper
  2. Day trader
  3. Swing trader
  4. Position trader
Scalper: เป็นพวกกินคำเล็ก เล่นสั้นๆ สามารถทำกำไรเพียงในกี่วินาที หรือเต็มที่ก็ประมาณนาที วัตถุประสงค์หลักของการเทรดสไตล์นี้คือเก็บกำไรเล็กๆ บ่อยๆ อาศัยจังหวะที่ตลาดผันผวน ในช่วงการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ หรือข่าวสำคัญๆ
Day trader: เล่นจบในวัน จะไม่ถือสถานะข้ามวัน กำไรขาดทุนรู้ภายในวันนั้น มักจะเริ่มเล่นตั้งแต่ต้นตลาดเปิดและหาจังหวะการเข้าออกตามแผนการวิเคราะห์ของเทรดเดอร์คนนั้นๆ


Swing trader: เล่นรอบถือข้ามวันได้ เล่นเป็นรอบๆ ไม่ต้องมานั่งเฝ้ากราฟตลอดทั้งวัน มักใช้เวลากับแผนการเทรดมากกว่า
Position trader: เป็นการเล่นยาว สามารถถือสถานะได้เป็นหลายสัปดาห์ หรือเป็นเดือน เทรดเดอร์สไตล์นี้มักให้น้ำหนักกับข้อมูลพื้นฐานเป็นอย่างมาก เมื่อจะกำหนดสถานะจะพิจารณาจากพื้นฐานเป็นหลัก
            แต่ละสไตล์ก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป เราควรเลือกสไตล์การเทรดให้เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด ไม่จำเป็นต้องไปเทรดตามคนอื่น เพราะว่าทุกคนล้วนมีลักษณะนิสัยแตกต่างกัน บางคนเก่งเดย์เทรด แต่พอไปเล่นสวิงเทรดกับแย่ บางคนเก่งสวิงเทรด แต่พอไปเดย์เทรดก็ขาดทุน ดังนั้นเลือกเล่นในเกมส์ที่เราถนัด และฝึกฝันมันให้เกิดประสิทธิภาพการใช้งานให้สูงขึ้นจนทำให้เราสามารถสร้างกำไรจากตลาด Forex แห่งนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

ทีมงาน : forexfactorythai.com

ทำไมต้องทำบันทึกการเทรด

ทำไมต้องทำบันทึกการเทรด


ย้ำอยู่เสมอว่าสิ่งที่เป็นตัวสร้างให้เทรดเดอร์ในตลาด Forex นั้นจะก้าวข้ามไปสู่ในจุดที่สามารถทำกำไรในระยะยาวได้นั้นต้องทำ “บันทึกการเทรด” กันทั้งสิ้น … การทำบันทึกการเทรดนั้นเป็นประตูแรกที่จะพาเราไปสู่การเทรดกำไรในระยะยาว


การเทรดโดยปราศจากบันทึการเทรดนั้นไม่ต่างอะไรกับ การขับรถเดินทางโดยไม่มี GPS นำทาง สุดท้ายเราก็จะหลง และก็ต้องหยุดการเดินทางนั้น การเทรดก็เช่นเดียวกัน เราต้องมีตัวนำทาง ต้องรู้ว่าการเทรดของเราจะเดินไปในทางไหน ไม่ใช่เทรดไปวันๆ โดยไม่รู้จุดหมาย ไม่รู้ว่าไม้ที่เทรดนั้นดีหรือแย่ เมากับการเทรด ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในอาชีพเทรดเดอร์ โปรดอย่าละเลยสิ่งนี้เลยนะครับ

บันทึกการเทรดจะคอยช่วยเราสามารถตรวจสอบรายละเอียดของการเทรดได้ว่า ผลตอบแทนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร การบริหารความเสี่ยงนั้นดีแค่ไหน และข้อผิดพลาดนั้นมีอะไรบ้าง ทำให้เราทราบถึงจุดที่ควรปรับปรุง และสามารถนำไปพัฒนาแก้ไขในจุดดังกล่าวได้


ฟังดูง่ายนะครับไอ้บันทึกการเทรดเนี่ย 
แต่เชื่อเลยหลายคนทำได้แปปเดียวก็เลิก ไม่ทำต่อ คิดว่าไม่จำเป็น และสุดท้ายก็ลงเอยเหมือนเดิมคือการเจ๊ง … มันยากตอนเริ่มครับ แต่ถ้าลองได้ทำดูแล้วจะเห็นถึงคุณค่าและความคุ้มค่าที่ทำมัน … ไม่ต้องเชื่อนะครับ ไปลองทำดู

ส่วนบางคนบอกว่าทาง Broker มีบันทึกการเทรดของเราให้อยู่แล้ว มี Transaction ของการซื้อขายย้อนหลังให้เราดูตลอด … สิ่งนี้มันบอกได้แค่ว่า เราเข้าออกตรงไหน แต่มันไม่ได้บอกว่าทำไมตอนนั้นเราถึงเข้า และทำไมตอนนั้นเราถึงออก … ซึ่งสิ่งนี้ไปนำไปสู่การพัฒนา การปรับปรุง เพื่อให้การเทรดของเราดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวเสริมสร้างวินัย และคอยคุมอารมณ์การเทรดให้กับเทรดเดอร์ไม่เอาอารมณ์ไปผูกติดกับการเคลื่อนไหวของราคาหรือการกำไรขาดทุนของพอร์ต

ทีมงาน : forexfactorythai.com

ทริคการเลือกขนาด Time frame

ทริคการเลือกขนาด Time frame

            เทรดเดอร์หลายคนนั้นใช้การวิเคราะห์แบบ Multiple time frame analysis หรือการวิเคราะห์หลาย Time frame นั่นเอง เทรดเดอร์ทั่วไปก็จะใช้ประมาณอยู่ที่ 3 Time frame ไว้แบ่งแยกแนวโน้มระยะสั้น , ระยะกลาง และ ระยะยาว … ปัญหาอย่างหนึ่งของเทรดเดอร์ในการเลือกใช้ Time frame นั้นก็คือ จะใช้ Time frame อะไรดีล่ะ ?? เราจะมานำเสนอทริคในการเลือกขนาด Time frame ให้กับเทรดเดอร์นั้นนำไปประยุกต์ใช้กันในการเทรดในตลาด Forex กันนะครับ



            ก่อนอื่นทริคนี้เป็นของการเลือกใช้ Time frame ในตลาดหุ้นมาก่อน แต่เราสามารถใช้หลักการนี้มาใช้กับตลาด Forex ได้เช่นกัน มาดูกันเลยว่ามีวิธีการเลือกใช้อย่างไร … การกำหนดขนาด Time frame นั้นเราจะใช้สัดส่วนของเลข “ 5 ” ในการกำหนดขนาด Time frame ต่างๆ … เทรดเดอร์หลายคนสิ่งที่คิดเลยคือทำไมต้องเลข 5 ??

            เรามาดูก่อนกันว่า Time frame ที่เทรดเดอร์ใช้กันส่วนมากนั้น คือ รายวัน , รายสัปดาห์ , รายเดือน ส่วนพวกเทรดสั้นๆ ก็ราย 240 นาที , ราย 60 นาที เป็นต้น มาดูความสัมพันธ์ของแต่ละ Time frame กันว่าแต่ละ Time frame ที่ใช้นั้นมันมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
            - ภาพรายสัปดาห์ ประกอบด้วย ภาพรายวันอยู่ 5 วัน
            - ภาพรายเดือน ประกอบด้วย ภาพรายสัปดาห์อยู่ประมาณ 4.5 สัปดาห์
            - ภาพรายวัน ประกอบด้วย ชั่วโมงการเทรดอยู่ที่ 5-6 ชั่วโมงแต่วัน (ในตลาดหุ้น)



            ซึ่งจะเห็นได้ว่าแต่ละ Time frame นั้นมีความสัมพันธ์กันโดยประมาณอยู่ที่ “หาร 5” (รายเดือน หาร 5 = ราย สัปดาห์ , รายสัปดาห์ หาร 5 = รายวัน , รายวัน หาร 5 = รายชั่วโมง) ซึ่งหลักการนี้สามารถนำมาใช้ในการประกอบการกำหนดขนาด Time frame เพื่อมาใช้ในการเทรดตลาด Forex ได้เช่นกัน
ส่วนถ้าเทรดเดอร์ที่เป็นเดย์เทรด จะกำหนด Time frame ย่อยลงมาก็ได้เช่นกัน
เช่น
240 / 5 = 48 (ก็ใช้ประมาณ 60 นาทีในรายชั่วโมง)
, 60 / 5 = 12 (ก็ใช้ประมาณ 15 นาที)
ซึ่งจะได้ 3 Time frame คือ 240 นาที , 60 นาที และ 15 นาที ในการกำหนดการเทรด โดย 240 นาทีไว้ดูแนวโน้มใหญ่ , 60 นาที ไว้ดูแนวโน้มระยะกลาง และ 15 นาทีไว้ดูแนวโน้มย่อยในการเข้าเทรด
ลองเอาหลักนี้ไปใช้กันดูในการกำหนด Time frame เพื่อที่จะเทรดในตลาด Forex แห่งนี้กันนะครับ


ทีมงาน : forexfactorythai.com

ชัยชนะที่เหมาะสม

ชัยชนะที่เหมาะสม

Trading is a marathon, not a sprint! … การเทรดเป็นการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การรวยภายในช่วงข้ามคืน
หลายคนอาจคิดว่าคนที่เก่งคือคนที่กำไรเยอะๆ กำไรเร็วๆ ไม่จำเป็นต้องมีแผนการเทรดก็ได้ มองที่ผลลัพธ์ของคนเหล่านั้น โดยไม่สนวิธีการหรือที่มาที่ไป บางคนอาจจะ All-in แล้วได้ก็ได้ ซึ่งเทรดเดอร์ที่ดีไม่ควรไปโฟกัสในสิ่งเหล่านั้น มันเป็นเพียงภาพระยะสั้น พวกเขาเหล่านั้นมีโอกาสน้อยมากที่จะยืนระยะยาวได้
สิ่งที่เทรดเดอร์ควรแยกแยะให้ออกเลยคือ การชนะแบบ “เหมาะสม” กับ “ไม่เหมาะสม”
  • การชนะแบบเหมาะสม คือ เมื่อคุณทำตามแผนการเทรดที่วางไว้ตั้งแต่แรกของคุณ และการเทรดนั้นคุณชนะ ซึ่งเป็นการชนะที่เหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างวินัยของคุณอีกด้วย
  • การชนะแบบไม่เหมาะสม คือ คุณอาจจะวางแผนไว้ตอนแรก แต่ไม่ได้ทำตามแผน แต่คุณชนะ ซึ่งสิ่งนี้เป็นการชนะที่ไม่เหมาะสม ไม่ต่างอะไรกับโยนเหรียญหัวก้อย สิ่งนี้จะเป็นตัวทำลายการสร้างวินัยของคุณ
การรักษาวินัยและทำตามแผนที่เทรดนั้นถือเป็นหัวใจของการเทรด ถ้าปราศจากแผนการเทรด การเทรด Forex นั้นจะไม่ต่างอะไรจากการพนัน … ค่อยๆ เก็บกำไรไปเรื่อยๆในการเทรด ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ถ้าเราไปเร่งการเทรด อาจจะเป็นผลร้ายกับเราในท้ายที่สุด
สิ่งสำคัญในช่วงเริ่มแรกคือทำตามแผนการเทรดของเราให้ได้อย่างต่อเนื่อง ทุกไม้ที่เทรดต้องมีแผน ถ้าขืนทำตามแผนบ้าง ไม่ทำตามบ้าง อันนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการพนันเหมือนเช่นเคย ควรซีเรียสกับเรื่องนี้ สร้าง Mindset ในการเทรดว่าเราต้องทำตามแผน แล้วสุดท้ายคุณจะเป็นผู้ชนะในระยะยาว


ทีมงาน : forexfactorythai.com

ง่าย แต่ไม่ได้ กับ ยาก แต่ได้

ง่าย แต่ไม่ได้ กับ ยาก แต่ได้

            อาชีพเทรดเดอร์เป็นอาชีพที่ต้องอาศัยความชำนาญและการใช้เวลาในการศึกษา สั่งสมประสบการณ์ในการเทรด เพื่อก้าวไปสู่เทรดเดอร์อาชีพที่สามารถสร้างกำไรในระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง … ซึ่งอาชีพเทรดเดอร์ไม่ต่างอะไรจากการทำธุรกิจส่วนตัว คือมันขึ้นอยู่กับตัวเราทั้งนั้น ไม่มีใครมีกำหนดเราเลย เราจะทำมาก ได้มาก เราทำน้อย ได้น้อย แต่สิ่งสำคัญที่เทรดเดอร์หลายคนนั้นไม่สามารถก้าวข้ามผ่านมีในจุดที่สามารถทำกำไรได้นั้นก็เพราะว่ายังมีสั่งสมความรู้และประสบการณ์ที่ยังไม่ถึงระดับที่สามารถทำกำไรได้ หลายคนไปเสียเวลากับสิ่งที่ไม่ควรเสีย อย่างเช่น นั่งดูกราฟวันละ 8 – 10 ชั่วโมง , อ่านกระทู้ต่างๆ , ติดตามข่าวสารที่ไม่สำคัญกับการเทรดเท่าไหร่หนัก หรือเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรดอยู่บ่อยครั้ง เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการใช้เวลาของเราอย่างเปล่าประโยชน์ เทรดเดอร์ควรแยกแยะให้ออกว่าสิ่งไหนควรเสียเวลา และสิ่งไหนไม่ควรเสียเวลา … หลายที่เลือกการนั่งดูกราฟ มากกว่าการทำแผนการเทรด นั้นก็เพราะว่าการดูกราฟมันง่ายกว่า มันไม่น่าเบื่อ มันสนุก มันดูเท่กว่า แต่ลองมาพิจารณากันจริงๆแล้วนั้น มันไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นเลย ต่างกับถ้าเราใช้วางในการวางแผนการเทรด จะช่วยให้เราเทรดได้ดีขึ้น ตัดอารมณ์การเทรด สร้างวินัย รู้ข้อผิดพลาดต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองเพิ่มขึ้น


บางอย่างง่าย สนุก ดูเท่ – แต่มันไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นเลย
บางอย่างยาก น่าเบื่อ เครียด – แต่เกิดประโยชน์ในอนาคต
…เราจะเลือกอะไรละครับ เราเทรดเพื่อความสนุก หรือเทรดเพื่อเงิน?

ง่าย สนุก เท่ – ไม่เกิดประโยชน์ยาก เครียด น่าเบื่อ – เกิดประโยชน์
ดูกราฟวันละ 8 -10 ชั่วโมงทำแผนการเทรดทุกๆ ต้นสัปดาห์เทรด
นั่งพลิกกราฟไปมา , ไล่หาสัญญาณเทรดสร้าง Watchlist
ลอง Indicators ใหม่ๆโฟกัส Indicator ที่ใช้อยู่
ทดสอบระบบการเทรดใหม่ๆทบทวนผลการเทรดที่ใช้อยู่
ติดตามกูรูต่างๆ ที่คอยบอกสัญญาณซื้อขายจำลองสถานการณ์ในการเทรดขึ้นมาว่าถ้าเป็นอย่างงี้จะทำอย่างไรต่อ ในกรณีทั้ง ดี กลาง เลว
พูดคุยกับเทรดเดอร์แปลกหน้าไปเรื่อยๆโฟกัสที่ตัวเอง , พัฒนากลยุทธ์ของตัวเอง , ค่อยๆปรับปรุงไปเรื่อยๆ

ทีมงาน : forexfactorythai.com